วันพฤหัสบดีที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

การปกครองระบอบประชาธิปไตย

               การปกครองระบอบประชาธิปไตย  ระบอบประชาธิปไตย มีลักษณะเด่นอยู่ที่การแข่งขันอย่างเสรี ระหว่างกลุ่มพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อให้ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนส่วนมากในประเทศให้เป็นรัฐบาล ทำหน้าที่บริหารกิจการต่างๆของประเทศตามนโยบายที่กลุ่มหรือพรรคนั้นได้วางไว้ล่วงหน้า ลักษณะเด่นดังกล่าวนี้จะดำรงอยู่ได้ตลอดไป ถ้าหากว่ากลุ่มหรือพรรคการเมืองต่างๆยึดหลักการประชาธิปไตยเป็นหลักในการต่อสู้แข่งขันทางการเมืองการปกครอง1.1 หลักการของระบอบประชาธิปไตย ระบอบประชาธิปไตยมีหลักการสำคัญดังต่อไปนี้ คือ  

1)   อำนาจอธิปไตย หรืออำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศ เป็นอำนาจที่มาจากปวงชน และผู้ที่ได้อำนาจปกครองจะต้องได้รับความยินยอมจากประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศ    

2)   ประชาชนมีสิทธิที่จะมอบอำนาจปกครองให้แก่ประชาชนด้วยกันเอง โดยการออกเสียงเลือกตั้งประชาชนกลุ่มหนึ่งที่อาสาเป็นผู้บริหารประเทศแทนประชาชน ตามระยะเวลาและวิธีการที่กำหนดไว้เป็นการแน่นอน เช่น กำหนดว่า ทุกๆ 4 ปีจะต้องมีการออกเสียงเลือกตั้งผู้แทนของประชาชนพร้อมกันทั่วประเทศ เป็นต้น    

 3)   รัฐบาลต้องเคารพสิทธิและเสรีภาพขั้นมูลฐานของประชาชน เช่น สิทธิในทรัพย์สิน สิทธิในชีวิต เสรีภาพในการพูด การเขียน การแสดงความคิดเห็น การรวมกลุ่ม และเสรีภาพในการชุมนุม เป็นต้น โดยรัฐบาลจะต้องไม่ละเมิดสิทธิเหล่านี้   เว้นแต่เพื่อรักษาความสงบของบ้านเมือง หรือเพื่อสร้างสรรค์ความเป็นธรรมแก่สังคมเท่านั้น   

4)   ประชาชนทุกคนมีสิทธิเสมอกันในการที่จะได้รับบริการทุกชนิดที่รัฐจัดให้แก่ประชาชน ฐานันดรหรือยศศักดิ์ไม่ก่อให้เกิดอภิสิทธิ์หรือสิทธิพิเศษแก่บุคคลนั้นแต่อย่างใด   

 5)   รัฐบาลถือกฎหมายและความเป็นธรรมเป็นบรรทัดฐานในการปกครอง และในการแก้ปัญหาความขัดแย้งต่างๆระหว่างกลุ่มชน รวมทั้งจะต้องไม่ออกกฎหมายที่มีผลเป็นการลงโทษบุคคลย้อนหลัง     ระบอบประชาธิปไตยแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข กับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีประธานาธิบดีเป็นประมุข อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อที่น่าสังเกตคือ แม้ว่าระบอบประชาธิปไตยจะเป็นระบอบการเมืองที่ใช้ในการปกครองอยู่ในประเทศส่วนมาก และได้นำความเจริญก้าวหน้ามาสู่ประเทศ แต่ก็ปรากฏว่าบางประเทศโดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาไม่อาจใช้ให้เกิดผลดีได้ จึงหันไปใช้ระบอบเผด็จการทหารบ้าง เผด็จการคอมมิวนิสต์บ้าง ซึ่งแสดงว่าระบอบประชาธิปไตยมีทั้งข้อดีข้อเสีย จึงใช้ได้ผลดีในบางประเทศ และใช้ไม่ได้ผลดีในบางประเทศ

             ความรู้อันพึงประสงค์

ควรมีความสามารถเเละ...รักความเป็นธรรมและความเสมอภาค และตระหนักในผลร้ายของความไม่เป็นธรรมและความไม่เสมอภาค
  • เชื่อมั่นในความเป็นธรรมในสังคม
  • เชื่อมั่นในการปฏิบัติต่อกันอย่างเท่าเทียม
  • เคารพความเท่าเทียมทางเพศ
  • สิทธิมนุษยชน (เสรีภาพ ความหลากหลาย และความเท่าเทียม)
  • สิทธิทางสังคม การเมือง และเศรษฐกิจ
  • ความเท่าเทียมทางเพศ
  • ใช้หลักความยุติธรรมเป็นพื้นฐานสำคัญของสังคมประชาธิปไตย
  • รู้จักแยกแยะได้ว่าอะไรคือความเป็นธรรม อะไรคือความไม่เป็นธรรม และอะไรคือความเสมอภาค อะไรคือความไม่เสมอภาค
  • เข้าใจผู้อื่น (Consider others)
  • ปฏิบัติในอย่างเท่าเทียมกัน (Treat others as equal)
  • เรียกร้องหรือต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม
  • บอกได้ว่าอะไรเป็นความยุตธรรม ไม่ยุติธรรมในสถานการณ์ต่าง ๆ
  • เชื่อในเสรีภาพที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม
  • เคารพในสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น
  • เคารพในเสรีภาพที่จะแสดงออกหรือการกระทำ
  • รับผิดชอบต่อการตัดสินและการกระทำของตนที่จะมีผลต่อผู้อื่น
  • สิทธิมนุษยชน (เสรีภาพ ความหลากหลาย และความเท่าเทียม)
  • ความรับผิดชอบทั้งต่อตนเองและสังคม
  • ใช้เสรีภาพอย่างรับผิดชอบ
  • แก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี
  • ให้ความสำคัญกับสิทธิและผลประโยชน์ของผู้อื่น
  • รับผิดชอบผลอันเกิดจากการกระทำ
  • มีส่วนร่วมกับวิถีชุมชนด้วยการทำงานอาสาสมัคร
  • เห็นคุณค่าของการใช้สิทธิแต่ไม่ละทิ้งหน้าที่ และตระหนักในผลร้ายของการใช้สิทธิอย่างไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่
  • ยึดหลักการใช้สิทธิแต่ไม่ละทิ้งหน้าที่ไว้เสมอ
  • สิทธิมนุษยชน (เสรีภาพ ความหลากหลาย และความเท่าเทียม)
  • สิทธิทางสังคม การเมือง และเศรษฐกิจ
  • ใช้สิทธิแต่ไม่ละทิ้งหน้าที่
  • ปฏิบัติตามกฎหมาย
  • จ่ายภาษี
  • ไปเลือกตั้งและออกเสียงประชามติอย่างมีวิจารณญาณที่ดี
  • กระตือรือร้นในการเป็นสังคมแบบประชาสังคม(Civil society)
  • มีส่วนร่วมในสังคม
  • กระตือรือร้นทางการเมือง
  • มีภราดรภาพ และเคารพความแตกต่าง
  • เห็นคุณค่าของความแตกต่างหลากหลาย
  • เปิดใจกว้างต่อความเห็นต่าง เปลี่ยนแปลงความเห็นส่วนตน และประนีประนอม
  • เคารพความเห็นที่แตกต่างกัน
  • ยอมรรับหลักของประชามติ และยอมรับเสียงข้างน้อย
  • สิทธิมนุษยชน (เสรีภาพ ความหลากหลาย และความเท่าเทียม)
  • ความรู้เกี่ยวกับสังคมที่มีความแตกต่างทางวัฒนธรรม
  • แก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี
  • ความสามารถในการอยู่และทำงานท่ามกลางความหลากหลายทางวัฒนธรรม
  • ความเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น
  • การอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์
  • ยึดประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ
  • มีจิตสาธารณะ
  • มุ่งมั่นในหลักการคนมีความคิด ความเชื่อคุณค่าต่างกัน แต่ทุกคนก็มีคุณค่าเท่าเทียมกัน
  • สิทธิมนุษยชน (ความหลากหลาย ความเท่าเทียม)
  • ความเข้าใจว่าองค์ทางการเมืองและรัฐจำเป็นต้องมีความรับผิดชอบอย่างกระตือรือร้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายร่วมกัน
  • ปฏิบัติตามคุณค่าร่วมและความเป็นธรรมในสังคม
  • มีส่วนร่วมในประชาสังคม
  • มีส่วนร่วมในชุมชน
  • มีส่วนร่วมในชุมชนทางการเมือง การร่วมมือกับผู้อื่นหรือมีส่วนร่วม
  • เห็นคุณค่าของการคิดอย่างมีวิจารญาณและมีเหตุผล และตระหนักในผลร้ายของการไม่คิดอย่างมีวิจารญาณและมีเหตุผล
  • ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเมือง
  • ความรู้เกี่ยวกับหลักของการเคารพสิทธิและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันของผู้คน
  • รู้เกี่ยวกับการตั้งคำถามหรือการหาข้อมูลเพิ่มประกอบการตัดสินใจ
  • คิดอย่างมี วิจารญาณและมีเหตุผล
  • ความสามารถในการประเมินสถานะหรือการตัดสินใจ
  • แยกแยะระหว่างข้อเท็จจริงกับความคิดเห็น
  • สามารุที่จะประเมินข่าวสารต่าง ๆอย่างมีวิจารณญาณ
  • มีทักษะการสื่อสารอย่างเป็นกระบวนการ สามารถการให้การตัดสินใจเกิดผลในระดับรัฐ
  • มั่นใจที่จะมีส่วนร่วมทางการเมือง
  • รู้จัดสิทธิของบุคคลที่จะมีส่วนร่วม
  • บทบาทของสื่อที่มีต่อบุคคลและสังคม
  • มีความรู้พื้นฐานทางการเมือง :
  • ความหมายและความสำคัญของการเมือง ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับรัฐ (ความหมาย ลักษณะ ประเภท รูปแบบของรัฐ)
  • ระบอบการเมืองการปกครอง (ความหมาย หลักการ ลักษณะ ประเภท รูปแบบ ข้อดีและข้อเสียของระบอบประชาธิปไตยและเผด็จการ)
  • ระบบเศรษฐกิจ (ความหมาย หลักการ ลักษณะ ประเภท รูปแบบ ข้อดีและข้อเสียของระบบทุนนิยมและสังคมนิยม และความสัมพันธ์ของระบอบการเมืองการปกครองกับระบบเศรษฐกิจ
  • ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกฎหมาย (ความหมาย ความสำคัญ หลักการ ลักษณะ ประเภท และศักดิ์ของกฎหมาย)
  • ประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองของไทย (สภาพเหตุการณ์ สาเหตุ ผล ความสำคัญของเหตุการณ์ และสิ่งที่ได้เรียนรู้จากเหตุการณ์)
  • สาระสำคัญของรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญของไทยในปัจจุบัน (กลไก สถาบัน และกระบวนการทางการเมืองการปกครองของไทยในปัจจุบัน)
  • การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา
  • การบริหารราชการแผ่นดินของไทยในปัจจุบัน (ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น)
  • การเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่น
  • การมีส่วนร่วมและการพัฒนาการเมืองการปกครองของไทยตีความสาระจากสื่อ(ระบบการจูงใจและการให้คุณค่า / การคิดอย่างมีวิจารณญาณ)— สามารถใช้สื่อในทางที่ถูกต้อง
  • มีส่วนร่วมทางการเมือง
  • สามารถนำความรู้พื้นฐานทางการเมืองไปใช้ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
  • ไปเลือกตั้งและออกเสียงประชามติอย่างมีวิจารณญาณที่ดี
  • ติดตามตรวจสอบพฤติกรรมและการทำงานของนักการเมือง
  • สามารถวิพากษ์วิจารณ์และตัดสินนโยบาย ผลงาน และกรณีต่างๆได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
  • สามารถนำหลักการประชาธิปไตยไปใช้ในการดำเนินชีวิตและการทำงานได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
  • สามารถถ่ายทอดความรู้พื้นฐานทางการเมืองไปสู่ผู้อื่นได้
  • พัฒนาคุณค่าทางการเมืองให้แก่ตนเอง มีทักษะและความมั่นใจที่จะประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติ
  • เคารพกฎกติกาและกฎหมาย
  • ชื่นชมในความหลากหลายของสิทธิ ได้แก่ สิทธิมนุษยชน และการประยุกต์เป็นความรับผิดชอบทั้งในระดับปัจเจกและองค์กร
  • รู้จักแยกแยะได้ว่าอะไรคือการเคารพกฎกติกาและกฎหมาย และอะไรคือการไม่เคารพกฎกติกาและกฎหมาย
  • ความรู้เกี่ยวกับกฎ กติกา กฎหมาย (ทำไมจึงต้องมีกฎกติกา)
  • บทบาทของกฎหมายในการที่จัดระเบียบสังคมและแก้ปัญหาความขัดแย้ง
  • การดำเนินการที่เป็นธรรม เป็นอย่างไรเมื่ออยู่ภายใต้กระบวนการของกฎหมาย
  • ความเป็นธรรมที่มีการปรับใช้ในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน
  • กระบวนการของกฎหมายมหาชนที่มีการปรับเปลี่ยนโดยประชาชน และกระบวนการมีส่วนร่วมในสภา รัฐ และศาล
  • ปฏิบัติตามกฎหมาย
  • รู้ว่าในสถานการณ์ใดที่จะนำเรื่องสิทธิไปใช้ในการปกป้องสิทธิ หรือการสร้างสมดุล
  • นางสาวปิยะวรรณ   โลภาส

    ไม่มีความคิดเห็น:

    แสดงความคิดเห็น